หนังหลบมุม กับ คนไม่ค่อยคิด
posted on 19 Apr 2011 22:30 by oottee in Momentหนังหลบมุม กับ คนไม่ค่อยคิด
คงกำลังสงสัยกันใช่ไหมว่าหนังหลบมุมมันคืออะไร ชื่อหนัง หรือประเภทของหนัง
จริง ๆ มันก็คือประเภทของหนังครับเพียงแต่ผมไม่รู้จะใช้ชื่อว่าอะไรดี มันเป็นหนังทีมีฉากบางฉากหรือว่าการเล่าเรื่องในบางช่วงที่นำเสนอหรือไม่ได้เล่าเรื่องราวต่าง ๆ ออกมาทั้งหมด ... เข้าใจกันไหมเอ่ย เอาเป็นว่าผมยกตัวอย่างหนังไทย ๆ ก็แล้วกันนะครับ ก็อย่างเช่น ฉากที่พระเอกกับนางเอกกำลังเข้าด้ายเข้าเข็มกัน แต่ยังไม่ได้มีอะไรกันนะครับ แล้วก็มีการตัดภาพออกมาที กระท่อมปลายนา มีฝนตก ฟ้าร้อง เทียนดับ .. หรือไม่ก็ฉากมือพระเอกกับนางเอก จับกันแน่น .. ถ้าเป็นหนังไทยนี่ผมพอเข้าใจนะครับ เพราะว่าดูกันจนชิน จนรู้แล้วว่าฉากแบบนี้หมายถึงอะไร แต้ถ้าเป็นหนังต่างประเทศ ที่การเล่าเรื่องของเค้า มันไม่ได้ทำให้เราเข้าใจ อาจเป็นเพราะวัฒนธรรมที่ต่างกัน หรืออะไรก็แล้วแต่ ..
สำหรับผมแล้วไม่ค่อยชอบการเล่าเรื่องแบบนี้เท่าไหร่ เพราะเป็นคนไม่ชอบเอาไปคิดเอง หรือว่าคิดต่อจากที่ดูสักเท่าไหร่ ส่วนมากจะเข้าใจหรือรู้แค่ที่หนังนั้นเล่าเรื่องมาตรง ๆ .. ก็เลยทำให้บางทีหรือหนังบางเรื่อง ถ้าไม่ได้ดูซ้ำก็จะไม่เข้าใจวิธีการเล่าเรื่องแบบนี้ .. ยกตัวอย่างซีรีย์ฝรั่งแล้วกันนะครับ จะมี ผช กับ ผญ คุยกัน(คือจริง ๆ สองคนนี้ทำงานด้วยกัน แล้วที่ทำงานนี้ห้ามมีความสัมพันธ์กันภายในองค์กร) ผช เปรย ๆ กับ ผญ ทางโทรศัพท์ประมาณว่าอยากไปเที่ยวที่ไหนซักทีหรือว่ากินข้าว แต่ไม่ได้ชวน ผญ โดยตรงนะ แล้วก็ตัดจบฉากไป แล้วก็ไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องของการคบกันหรือไปเที่ยวกันเลย โดยที่ฉากทำนองนี้จะมีอยู่อีก 2 – 3 ครั้งได้ แต่ก็นาน ๆ จะมีซักที หลังจากนั้นประมาณ 2 ปี หรือ 2 ซีซันถัดมาถึงเฉลยว่าทั้งคู่คบกัน ป้าดดดดด คบกันมาตั้ง 2 ปี ผมถึงรู้ ... ส่วนน้องสาวผมบอกว่า รู้ตั้งแต่ตอนที่คุยโทรศัพท์แล้วว่าคบกัน ... ... ...
ผมถึงไม่ค่อยชอบหนังที่นำเสนอหรือว่าเล่าเรื่องแบบนี้เท่าไหร่ เพราะการเล่าเรื่องแบบนี้ อาจจะทำให้ผู้ชม เข้าใจผิดหรือเข้าใจไม่ตรงกับสิ่งที่ผู้ทำหนังกำลังนำเสนออยู่ ด้วยความที่ไม่ค่อยชอบเอาไปคิดต่อ หรือว่าคิดเองเออเองของผม หรือของผู้ชมคนอื่นที่อาจจะเป็นแบบผม ...
ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะ .. .. อะไรดีหล่ะ .. ..
เอาเป็นว่าผมขี้เกียจแล้วกัน แล้วก็คิดว่าหนังน่าจะนำเสนอในส่วนของเนื้อหาหรือเฉพาะแค่ที่ต้องการนำเสนอเท่านั้น ก็เลยไม่ได้เอาไปคิด หรือ สงสัยว่าจะมีอะไรมากกว่าที่เราเห็นเหรือเปล่า ???
เพราะถ้าหนังเรื่องนั้นหรือเรื่องใดเรื่องหนึ่ง มีตอนจบหรือฉากที่เป็นแบบนี้อยู่ในเรื่อง .. ก็อาจจะทำให้หนังเรื่องนั้นมีตอนจบหลายแบบ หรือฉากที่ว่านั่น มีความแตกต่างกันในความคิดของคนดูแต่ละคนเนื่องจากการรับรู้และเข้าใจเนื้อหาของผู้ชมที่แตกต่างกันนั่นเอง
สุดท้ายเอาเป็นผมสรุปว่า จริง ๆ แล้วผมไม่ได้ถึงกับไม่ชอบหนังแนวนี้มากเท่าไหร่ มีหนังหลาย ๆ เรื่องที่นำเสนอในแนวนี้แล้วผมก็ยังชอบ เพียงแต่ว่า ผมชอบอะไรที่มันง่ายกว่านั้น และคิดว่าหนังหรือภาพยนตร์เป็นความบันเทิง เพราะฉะนั้น มันไม่ควรจะทำให้ผมต้องมานั่งคิดหรือเดาเอาเองว่าเนื้อเรื่องในช่วงนั้นเป็นยังไง แล้วผมจะคิด(เดา)ถูกหรือเปล่าว่าตอนต่อไปจะเป็นอย่างไร มันอาจจะทำให้ต้องมีเรื่องให้คิดมากกว่าก่อนที่จะดูหนังซะอีก !!!